เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 33

ขุนนางใหญ่ร่วมมือกับญี่ปุ่นจับตัวพระราชาเป็นตัวประกัน และบังคับให้ประทับตราลัญจกร ทำให้โชซอนกลายเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ประกาศนี้ถูกติดไปทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนต่างพากันสะดุ้งและเดือดร้อน ไม่ยอมเป็นเชลยให้ญี่ปุ่นข่มเหง ต่างก็ลุกฮือขึ้นต่อต้านจนเกิดสงครามย่อย ๆ ทั่วไปในโชซอน

“ฮวางจอง ฮวางจอง นี่ ๆ ๆ ๆ นี่มันอะไรเนี่ย พวกข้าความรู้น้อย อ่านไม่ค่อยเข้าใจน่ะ โชซอนแปลงเป็นของพวกญี่ปุ่นแล้วจริง เหรอ” ชักแทหน้าตื่นเอาป้ายประเทศเผ่านา

“ในนามเราเป็นประเทศในอารักขาของญี่ปุ่น แต่ความจริงเราแปลงเป็นเชลยของพวกเขา” ฮวางจองสีหน้าเคร่งเครียด

“เฮ้ย เรายังมีพระราชาอยู่ไม่ใช่รึไง ไหงเป็นแบบงี้ล่ะ เอ่อนี่ แพทย์เบ๊กครับ ท่านไปเรียนที่ญี่ปุ่นมานี่ ท่านช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ” ชักแทหันไปหาโดยัง

“อีควัก ใจเย็นไว้” ซ๊อกรันรีบพูดขึ้น

“อย่างงี้ มันยังใจเย็นได้ยังไงกันล่ะ?”

“อีควัก ข้าจะไปเป็นทหารอาสา เข้าไปเมื่อไหร่นะ จะฆ่าไอ้พวกผีญี่ปุ่นให้หมด ฆ่ามันให้สิ้นซาก..” มองชงพูดอย่างเคียดแค้น

“มองชงก็ต้องใจเย็นไว้ แล้วกลับบ้านไปพามักเซงกับลูกมาที่นี่” ซ๊อกรันรีบบอก

“เอ่อ ครับ แต่นี่มันจะบ้าเกินไปแล้วโอ้ย หัวผ่านันจะระเบิด”

“โฮ..ช่างน่าสมเพชนัก สหายร่วมชาติ ฮือ ๆ ๆ ต้องแปลงเป็นเชลยศึกไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย อาณาจักรโชซอนที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน กลับต้องมาพังพินาศลงในพริบตา” ผู้จัดการโอร่ำไห้ออกมา “ข้าควรจะทำยังไงดีเนี่ยฮือ ๆ ๆ แพทย์ฮวาง เราควรจะทำยังไง”

“ฮือ..อะไรกัน..ทำไมโลกนี้มันถึงมีเรื่องอย่างนี้ได้” โกก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันนัก

“แล้วเราจะทำยังไง บ้านเมืองถูกยึดไปแบบงี้” นังนังร้องไห้ฟูมฟาย เช่นเดียวกับมียอง “แล้วต่อไปเรา..จะทำยังไง..”

พวกญี่ปุ่นต่างก็ฮึกเหิมกันมาก “ญี่ปุ่น จงก้าวหน้า”

“ฮะ ๆ โอ๊ะ..” วาตานาเบ้แสดงคุณงามความดีใจมากออกมาโดยลืมไปว่าตนเองกำลังป่วย

“ระวังหน่อยครับท่าน ท่านพึ่งจะจะผ่านการผ่าตัดมานะ” คิมมินจุง กล่าว

“อา..โอย.. ถึงเจ็บก็ดีใจ ฮะ ๆ” วาตานาเบ้หัวเราะร่วน

สนธิสัญญาใหม่ทำให้สภาพการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป โรงพยาบาลฮันซองไม่ต้องการแพทย์ชาวโชซอนอีกต่อไป ทูตญี่ปุ่นจึงเสนอให้โดยังแต่งงานกับนาโอโกะ และโอนสัญชาติมาเป็นคนญี่ปุ่น จะทำให้โดยังปลอดภัยจากสภาพการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลง

“ผมได้ยินมาจากนาโอโกะแล้ว แม้กระนั้นคุณควรจะรู้อะไรซักหน่อยนะ สนธิสัญญาใหม่ที่ลงนามกับโชซอน ทำให้สภาวะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ โรงพยาบาลฮันซองของเรา ไม่ได้ต้องการแพทย์ชาวโชซอนอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว แต่งงานกับนาโอโกะ และมาเป็นประชาชนญี่ปุ่นซะโดยดีเถอะ” ทูตญี่ปุ่นหันไปบอกโดยัง

ทุกคนฉลองกันอย่างดีใจ ส่วนโดยังสีหน้าเป็นกังวลใจหนัก

โดยังเผ่านาหานาโอโกะ นาโอโกะซึ่งยังไม่หายดีจะลุกขึ้นจากเตียงแต่โดยังห้ามไว้ “คุณไม่ต้องลุกหรอก นอนต่อไปเถอะ”

“ข้างนอกเสียงดังกันจังเลย เกิดเหตุอะไรขึ้นเหรอ?”

“เสียงดังเหรอ?”

“มันดังจนฉันตื่นเลย” นาโอโกะบอก “ตอนนี้ฉันไม่มีความความรู้สึกว่า..แน่นที่คอแล้ว”

“เป็นเพราะว่าช่องลมของคุณ ถูกปิดเอาไว้กะทันหัน ถ้าปล่อยไว้อาจจะตายได้ เราเลยจำเป็นต้องเจาะหลอดลมคุณ”

“อ๋อ ค่ะ.. คุณเบ๊กโดยังได้ช่วยชีวิตฉันอีกแล้วนะคะ เมื่อกี้ ฉันฝันไปว่าคุณเบ๊กโดยัง คุณทอดทิ้งฉันแล้วหลังจากนั้นก็..เดินจากฉันไป แต่ตัวฉัน ฉัน..” นาโอโกะหน้าตื่นเมื่อนึกถึงความฝันของตน

“เกิดอะไรกับคุณ นาโอโกะ”

“ฉันก็ตายค่ะ พอฟื้นขึ้นมาฉันคิดว่า มันอาจจะเปลี่ยนเป็นความจริง..ก็ได้ใช่มั้ย?”

“นาโอโกะ” โดยังครุ่นคิดก่อนตัดสินพูด “ผมต้องไปจากโรงพยาบาลฮันซอง”

นาโอโกะตกอกตกใจมาก “หมายความว่ายังไงคะ?”

“คุณต้องการจะไปกับผมรึเปล่า?”

การเพลี่ยงพล้ำต่อญี่ปุ่นทำให้โชซอนตกอยู่ในสภาวะที่ลำบาก ทำให้พระเจ้าโกจงหนักพระทัยและไม่สบายใจพระทัยเป็นอย่างมาก

“ขอให้พระองค์ทรงมีพระทัยเข้มแข็งไว้ พระองค์จึงควรแสดงพระบารมีเพื่อให้ให้ประชาชนมีความมั่นใจ และป้องกันไม่ให้พวกญี่ปุ่นทำอะไรเหลวไหลได้” ฮวางจองทูลเพื่อให้ให้คลายพระทัย

“เข้าใจแล้ว ข้าจะพยายามก็แล้วกัน” แม้จะตรัสเช่นนั้น แต่พระเจ้าโกจงก็ไม่สามารถเบาพระทัยได้เลย

“เมื่อคืนนี้ พระองค์ไม่ได้บรรทมดีใช่รึเปล่า?” เอวิสันทูลถาม

“ข้าต้องทนดูประเทศถูกคนอื่นมายึดไป แล้วข้าจะยังนอนหลับได้ยังไง ตอนนี้ สภาพการณ์เป็นยังไงบ้าง”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท มีพวกกลุ่มคนที่รักชาติ เลือกที่จะทำการฆ่าตัวตายและมี.. หลายๆคนเข้ากลุ่มต้านญี่ปุ่นพ่ะย่ะค่ะ” ฮวางจองกราบทูล

“ประชาชนดิ้นรนเพื่อให้บ้านเมืองจนถึงกับยอมสละชีพ นั่นสิ ข้าจึงควรยิ่งเข้มแข็ง เพื่อให้ประจานพฤติกรรมของโจรต่างชาติให้โลกได้รู้” พระเจ้าโกจงตรัส

“ทรงคิดถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่แพทย์กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ อ้อ หรือว่า.. กำลังศึกษาเนื้อหาในสนธิสัญญาเป็นเมืองขึ้นอยู่ ฮะ ๆ ๆ ตอนนี้ จักรวรรดิโชซอน ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ดังนั้นถ้าหากคุณยังอาลัยอาวรณ์ในโชซอน ก็รีบทิ้งความรู้สึกนี้ไปจะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่า สำหรับตัวคุณแล้ว เมื่อแต่งงานกับนาโอโกะ คุณก็จะเป็นประชาชนญี่ปุ่น คงจะไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วล่ะ” วาตานาเบ้พูดกร้าวใส่โดยัง

“หึ ผอ.มั่นใจเหรอ?”

“มั่นใจสิ อ้อ พอคุณแต่งงานกับนาโอโกะ ผมจะยกตำแหน่ง ผอ.สำนักงานอนามัยให้คุณดูแล และอาจจะขอให้คุณไปรวบโรงพยาบาลเจจุงวอนกับพวกโรงพยาบาลทหารเข้าไว้ด้วยกัน”

“แล้วถ้าหากผมไม่แต่งล่ะ มันจะเป็นยังไงเหรอ?” โดยังถามขึ้นอย่างมีอารมณ์

“คุณก็จะไม่มีอนาคต สำหรับชาวโชซอนก็จะเป็นพวกขายชาติบ้านเมือง ในสายตาของชาวญี่ปุ่น ก็เป็นพวกที่ทรยศเนรคุณต่อเรา หึ ๆ คนฉลาดอย่างคุณน่าจะเลือกถูกนะ จุ๊ ๆ ๆ” วาตานาเบ้เย้ย

ขุนนางหลายๆคนที่ไม่เห็นด้วยกับขุนนางชั้นสูงที่ทำสัญญากับญี่ปุ่นทำให้โชซอนต้องแปลงเป็นเสมือนเมืองขึ้น รวมทั้งล่ามยู ต่างก็ไม่พอใจกับสัญญาขายชาติคราวนี้ จึงรวมกันซ่อมสุมอาวุธเพื่อให้หาทางเล่นงานญี่ปุ่น

“ทำไมพักนี้ ท่านพี่เอาแต่นั่งเหม่อบ่อยจังคะ” แม่ซ๊อกรันถามขึ้นเมื่อเห็นสามีดูเครียด ๆ

“อ้อ เปล่าหรอก พักนี้ผ่านีอะไรต้องคิดหน่อย”

“หรือว่า ท่านพี่ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่ที่ไหน?” แม่ซ๊อกรันโพล่งถาม ซ๊อกรันรีบเตือนแม่ “ท่านแม่คะ”

“โธ่เอ้ย เชื่อเลย พูดอะไรของเจ้าเนี่ย ไม่มีต้นสายปลายเหตุเลย”

“ก็เห็นพักนี้ไม่ค่อยจะกลับบ้าน ท่านพี่ไปทำอะไรที่ไหนละคะ?”

“ก็บอกแล้วไงว่าพักนี้มีงานที่ต้องทำเยอะน่ะ” ล่ามยูบอก

“ซ๊อกรันจ้ะ ลูกตัดสินหน่อยสิ ลูกคิดว่าพ่อเค้ามีอะไรปิดบังเราอยู่รึเปล่า?” แม่หันมาถามซ๊อกรัน

“โธ่ ไม่หรอกค่ะ พักนี้ท่านพ่อต้องคอยวิ่งเต้นเรื่องยาอยู่บ่อย ๆ ใช่มั้ยคะท่านพ่อ?”

“อืม ๆ ตอนนี้เรื่องยา เริ่มหายากขึ้นทุกที พวกคนญี่ปุ่นเริ่มเผ่านาควบคุม..เส้นทางการซื้อขายยารักษาโรคไว้ แทบจะไม่ยอมให้ขายให้กับชาวโชซอนเลย”

“ค่ะ คงจะเป็นคำสั่งมาจากสถานทูตญี่ปุ่น การนำเข้ายาของสำนักงานอนามัยก็ถูกตัดขาดไป ตอนนี้คนทั้งเจจุงวอนเอาแต่หายารักษา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” ซ๊อกรันสีหน้าเครียดขึ้น